รีวิว Grande Centre Piont Voyage Pattaya

Grande Centre Piont Voyage Pattaya โรงแรมที่ไม่ได้มีดีแค่ห้องพัก แต่ตั้งใจให้ทั้งโรงแรมเป็น “Destination” แห่งใหม่ของครอบครัวเมื่อมาเที่ยวพัทยา วันนี้พามาทำรู้จัก Grande Centre Point Voyage Pattaya โรงแรมใหม่ของเครือ Grande Centre Point อยู่ในย่านนาเกลือ พัทยา ใกล้ๆกับ Grande Centre Point Space Pattaya ( ขอบอกไว้ก่อนเลยน้า ถึง Voyage กับ Space จะมีเจ้าของเดียวกัน แต่เป็นคนล่ะโรงแรมกัน เพราะ ต่างคอนเซ็ปต์ และต่างประสบการณ์)

ขอเปิดรีวิวด้วยบรรยากาศกลางคืนก่อน (ส่วนตัวว่ากลางคืนสวยแอบกว่ากลางวัน) Time Traveller Water Park แบ่งออกเป็น 2 ฝั่ง คือ Lost World และ Tomorrow Land ภายในสวนน้ำ จะมีสไลเดอร์ทั้งหมด 6 ตัว แบ่ง ฝั่งล่ะ 3 ตัว ขึ้นสไลเดอร์ด้วยลิฟท์แก้ว มีปุ่มกดแบบโฮโลแกรม

Voyage มาในแนวคิด “The Borderless Journey” (การเดินทางที่ไม่มีขอบเขต) โรงแรมตั้งใจสร้างให้เป็น Destination ที่สามารถใช้เวลาอยู่ข้างในได้ทั้งวัน เรียกว่าเช็กอินเข้ามาแล้ว มีกิจกรรมให้ทำทั้งวัน เป็นโรงแรมสายกิจกรรมที่แท้ทรู

Lost World
Tomorrow Land
น้ำในสระยังเย็นอยู่มั้ย? เนื่องจากโรงแรมมีสระว่ายน้ำหลายสระ มีทั้งสระน้ำอุ่น และสระน้ำปกติ ฮะ
สระที่ยาวที่สุดจะเป็น Crazy+Lazy River เป็นสระน้ำปกติ สระที่ใหญ่ที่สุด คือ Wave Pool เป็นสระน้ำปกติ (ทางขวาของภาพจะเป็นสระน้ำอุ่น ชื่อ Lava Pool )
สวนน้ำจะเปิด 9.00 ปิด 18.00 (แขกที่เข้าเช็คอิน สามารถมาลงทะเบียนเข้าสวนน้ำได้ตอน 11.30 เพื่อเข้าสวนน้ำก่อนได้ แต่ห้องพัก น่าจะได้ตอนบ่าย 3 นะ ส่วนเวลา เช็คเอาท์จะเป็นเที่ยงตรง แต่ยังสามารถใช้บิการในพื้นที่ในสวนน้ำบางส่วน ได้จนถึงบ่ายสอง)
TOMORROW LAND เป็นโลกแห่งอนาคต มีสไลเดอร์ขนาดใหญ่ Fun Pool สำหรับเด็ก Multipurpose Pool Hydrotherapy Pool Silver Dome Voyage Circuit และ 7-Eleven
Multipurpose Pool สระอเนกประสงค์ จริงๆมันเป็นสระผู้ใหญ่นะ แต่สามารถปรับเป็นสระกิจกรรมได้ด้วย
Hydro Pool เป็นสระสปาที่ใช้น้ำในการนวดบำบัด มีทางเชื่อมกับสระ Multipurpose Pool
Fun Pool อันนี้สระเด็กเล็ก
จุดนี้เป็นจุดถ่ายรูปชื่อ Mirror Mirror
ลไลเดอร์ตรงนี้จะมีด้วยกัน 3 ตัว สไลเดอร์ที่สูงสุดของโรงแรม จะอยู่ที่นี่
สไลเดอร์บางตัวจำกัดส่วนสูงและน้ำหนักด้วยฮะ มันเป็นเรื่องความปลอดภัย
(น้ำหนักจะมีผลมากกว่าส่วนสูง ถ้าน้ำหนักไม่ถึงหรือเบาไปสไลเดอร์มันจะไม่สมู๊ต)
Voyage Circuit สนามโกคาร์ทไฟฟ้า ถือเป็นอีกกิจกรรมที่เหมาะกับ เด็กโตและผู้ใหญ่
ใช้ 2 token ในการเล่น (จ่ายเงินแทนได้ด้วย 150 บาท)
Silver Dome ห้องอาหารอิตาเลี่ยน และ 7-11 (สามารถเดินไป 7-11 และ ทะเล จากสวนน้ำได้เลย)
LOST WORLD โลกของธรรมชาติและอดีตกาล มีทั้ง Wave Pool สไลเดอร์ตัวใหญ่ 3 ตัว Kids Pool (สระปรับอุณหภูมิ) Lava Pool (สระปรับอุณหภูมิ) สนามฟุตซอล Amber Cave The Loop Café
Wave Pool เป็นสระขนาดใหญ่ และมีระดับของคลื่นให้เล่นหลายระดับ
สนามฟุตซอล
ร้านอาหารไทย Amber Cave และ Loop Cafe
Amber Cave จะขายอาหารไทยทานง่าย ส้มตำ ยำ ของทอดอะไรแบบนี้ฮะ รสชาติดีนะ ไม่ติดหวาน
Loop Cafe สไตล์เกาหลี จะอยู่บนหอคอย กลางสวนน้ำ
Crazy River จะเชื่อมทั้งสองฝั่งเข้าไว้ด้วยกัน บางจุดน้ำไหลแรงมาก เด็กเล็กๆที่ลงไปเล่น อาจจะต้องมีผู้ใหญ่ดูแลด้วยนะ (บางจุดมันเป็นซอกเป็นหลืบ)
ทางเข้าสวนน้ำ จะเข้าเหมือนสวนสนุกเลยฮะ Rainbow Ville Kids Club จะอยู่ตรงทางเข้านี่แหละ คอนเซ็ปคล้าย Kidzania คล้ายๆ หมู่บ้านใน Harbor Land (พื้นลื่นมากเหมือนฮาเบอร์แลนด์ แนะนำต้องนำถุงเท้าแบบ Harbor Land มาด้วย ไม่อย่างนั้นต้องเสียตังค์ซื้อถุงเท้าเพิ่มนะ)
Kids Club ของที่นี่ไม่ได้ทำเป็นเพียงห้องของเล่นเล็ก ๆ แต่สร้างเป็น เมืองจำลองสำหรับเด็ก ภายใต้แนวคิดเรื่อง “อาชีพในฝัน” เด็กสามารถเข้าไปเล่น Role Play และสำรวจพื้นที่ต่างๆได้
Rainbow Ville Kids Club จะเปิด-ปิด เวลาเดียวกับสวนน้ำเลย 9.00-18.00
เรามาต่อกันที่ Lobby ฮะ ลอบบี้เป็นลอบบี้ 2 ชั้น แสงธรรมชาติ มีทั้งทางขึ้นเป็นลิฟท์แก้ว และบันไดเลื่อน ลอบบี้จะมี คาเฟ่ White Oasis โรงละคร ร้านของฝาก จุดเช็คอิน เช็คเอาท์ และ เกมส์รูม
จุดเช็คอิน เช็คเอาท์
อนเช็คอินเราจะได้เหรียญ (เหรียญของ Voyage จะไม่ใช้ร่วมกับโรงแรมอื่นนะ) คีย์การ์ด และ สายรัดเข้าสวนน้ำ มาฮะ (อีตุ๊กตาไม่เกี่ยว ขอเขามาถ่ายเฉยๆ 5555 )
The Sand Theatre ฉายอเนมิชั่นประมาณ 30 นาที จะบรรยายเรื่องราวเกี่ยวกับเรื่องราวของ Guardians of Zentia (คาแรกเตอร์ และ Story Universe) สถานที่และดวงตาวในหนังจะแทนสถานที่ต่างๆในโรงแรม เช่น ลอบบี้เป็นตัวแทนของดาวดาน่า คิดส์คลับจะเป็นตัวแทนของดาวพาช่า คิดส์คลับจะเป็นตัวแทนของดาวมอนก้า เป็นต้น
ป.ล.ถ้าพาเด็กๆ มาเที่ยวด้วย แนะนำให้เริ่มต้นด้วย The Sand Theatre ก่อนเป็นจุดแรกเพราะจะช่วยให้เข้าใจว่า Guardians คือใคร และแต่ละโลกภายในโรงแรมเกี่ยวข้องกันอย่างไร หลังจากนั้นเวลาเดินไปเจอคาแรกเตอร์และ สถานที่ต่าง ๆ จะสนุกขึ้นเยอะ
ช่วงเที่ยงๆจะมี การเดินพาเหรด การ์เดี้ยน ทั้งหมดที่ลอบบี้ฮะ
Mastard Shop ร้านของของฝาก ของที่ระลึก สามารถนำเหรียญมาใช้แลกของที่ระลึกได้ด้วย
White Oasis ลอบบี้คาเฟ่บรรยากาศห้องแอร์กลางแสงธรรมชาติ ข้อดีคือขนมและเครื่งดื่มไม่ค่อยหวานฮะ ส่วนรสชาติก็โอเคฮะ
Midnight Nebula ห้อง Game Arena ที่ ถูกแยกออกจากคิดส์คลับออกมาเพื่อการใช้งานที่เหมาะสมกับวัยที่แตกต่างกัน ที่นี่มีพื้นที่ใหญ่กว่า 1000 ตรม จะอยู่ที่บริเวณหน้าลิฟท์ชั้น 2 ของลอบบี้ (กิจกรรมบางอย่างต้องใช้เหรียญในการเล่น)
ที่นี่จะเหมาะกับเด็กโตขึ้นมาอีกหน่อย หรือ ผู้ใหญ่เป็นสายเกมส์ น่าจะใช้เวลาอยู่ตรงนี้ได้นาน มีทั้งเกมส์และกิจกรรมหลายรูปแบบ (บางเกมส์อาจต้องใช้ Token)
Crimson Canyon เป็น Fitness & Active Zone ขนาดใหญ่ของโรงแรม มีพื้นที่ประมาณ 1,445 ตร.ม. ที่มาพร้อมกิจกรรม Cardio Strength Training Free Weight Functional / Hybrid Training Hybrid-style Training / Boxing / Rock Climbing
และยังมีพื้นที่ให้ผ่อนคลาย อย่าง Steam Sauna Jacuzzi
เรามาถึงส่วนของห้องพักกันแล้ว เป็นรีวิวที่น้านนานเนอะ 555555
ตู้กดน้ำแข็งยังมีให้ทุกชั้นเหมือนเดิม ส่วนตู้ขายของไม่มีล่ะ เขาให้ลงไปซื้อที่ 7-11 นิ
ห้องพักทั้งหมดจะมี 494 ห้อง แบ่งเป็น 2 ฝั่ง 2 วิว คือ วิวฝั่งอ่าวพัทยา กับ วิวฝั่งอ่าววงอมาตย์ ทุกห้องวิวทะเลหมดฮะ ถามว่าต่างกันยังไง ก็แล้วแต่ชอบเลยฮะ
ส่วนตัวแนะนำว่าให้รีเควสชั้นสูงๆขอห้องใกล้ทะเลที่สุดฮะ ( ย้ำอีกทีว่ารีเควส FYI ขอไว้ได้ แต่ก็ต้องดูหน้างานอีกที) ถ้าเอาแบบชัวร์ๆ แนะนำวิวฝั่งวงอมาตย์ฮะ ฝั่งนี้ตึกสูงๆไม่ค่อยมี วิวก็จะไม่ค่อยมีตึกบังแม้จะอยู่ชั้นไม่สูง
Voyage Signature — 50 ตร.ม. ห้องเริ่มต้นของโรงแรม พื้นที่จัดค่อนข้างเป็นสัดส่วน ให้ความรู้สึกคล้าย Semi Suite มีพื้นที่นั่งเล่น ระเบียง และห้องน้ำขนาดใหญ่ จุดที่ชอบคือ อ่างอาบน้ำสามารถมองเห็นวิวทะเล และมีระบบแสงในห้องน้ำที่ปรับบรรยากาศได้ Minibar ฟรีตามสไตล์ Grande Centre Point
วิวจากระเบียงฝั่งพัทยา
ห้องน้ำมีอ่างอาบน้ำวิวทะเลให้ทุกห้อง
แสงสีเพื่อการผ่อนคลาย ปรับได้ 6 สี
อเมนิตี้เป็นของ สปา Let’s Relax
ขนมเทิร์นดาวน์ เป็นชอคโกแลต ส่วนตัวว่ารสชาติทั่วไปฮะ ส่วนมินิบาร์ยังฟรีทุกห้องเหมือนเดิม
Voyage Panoramic Suite — 90 ตร.ม. ใครมาเพื่อวิว ห้องนี้น่าสนใจมาก พื้นที่เพิ่มขึ้นเป็น 90 ตร.ม. พร้อมวิวทะเลแบบ Panoramic และพื้นที่ Living Area ที่ชัดเจนขึ้น อ่างอาบน้ำเปลี่ยนเป็น Jacuzzi ขนาดใหญ่ เหมาะกับคู่รัก ครอบครัว หรือคนที่อยากได้พื้นที่พักผ่อนเยอะขึ้นกว่าห้อง Signature
วิวนี้จากห้องฝั่งวงอมาตย์
อ่างอาบน้ำห้องนี้จะเป็นอ่างจากุชชี่ ขนาดใหญ่ (วิวนี้จากฝั่งพัทยา)
Voyage Family Suite มีพื้นที่ตั้งแต่ประมาณ 110–140 ตร.ม. เป็นห้องพักแบบใหม่ ที่ไม่ใช่เป็นแค่ห้องคอนเน็คกัน แต่ออกแบบเป็นห้องที่เหมือนบ้าน เหมาะกับครอบครัวใหญ่หลายๆ Generation

อาหารเช้าดีมั้ย ? อาหารเช้าเสริฟที่ห้องอาหาร Wooden Bistro จะอยู่หน้าทางเข้าสวนน้ำพอดี จุดเด่นไม่ได้อยู่ที่การพยายามทำเมนู Fine Dining แต่เป็น Buffet ที่ออกแบบมาให้คนหลายวัยกินได้จริง มีทั้งอาหารไทย อาหารตะวันตก อาหารเอเชีย Egg Station Bakery ของหวาน อาหารเด็ก และ Seafood จุดที่น่าสนใจคือ Seafood ซึ่งจากที่ได้ลอง วัตถุดิบอย่างกุ้งและปลาหมึกมีความสดค่อนข้างสด (ไม่ใช้แบบแช่แข็ง น้อยโรงแรมที่จะทำได้แบบนี้นะ) อาหารซีฟู้ดส่วนใหญ่ เน้นของสดจากตลาด
ซอฟเสิร์ฟที่นี่เป็นรสชาเขียวฮะ
นอกจากอาหารเช้าแล้ว Wooden Bistro ยังถือเป็นห้องอาหารหลักของโรงแรม ที่มาทานไดทั้งวัน และเป็นห้องอาหารที่จัดเสริฟบุฟเฟ่ต์มื้อเย็นด้วย
บุฟเฟ่ต์อาหารเย็นเป็นยังไง ? เมนูยังคงเน้นไปทางซีฟู้ด (แบบไม่แช่แข็ง) จะมีเมนูท้องถิ่นที่เพิ่มเข้ามา เช่นหมึกผัดน้ำดำ ข้าวต้มแห้งทะเล และ ก็มีซูชิ ซาซิมิ ด้วย พิเศษ!!! มีออฟชั่นที่เราจ่ายเพิ่ม เพื่อรับ ชาบูๆเพิ่มได้ด้วยฮะ
ออฟชั่นเสริมพิเศษ ชาบูๆ ที่มี คชจ เพิ่มเติม
Blue Atlantis ห้องอาหารรูฟท๊อป ชั้น 33 ของที่นี่ จุดขายคือเรื่องวิวที่ดี๊ดี อาหารยังคงเน้นไปทางซีฟู้ด อาหารมาในแนว Mediterranean ผสม Seafood และ Local Inspiration ( ยกตัวอย่าง สลัดก็จะมีรสน้ำจิ้มซีฟู้ดในน้ำสลัดด้วย) ส่วนตัวว่าอาหารใช้ได้หลายตัวนะ เขาบอกว่าเมนูพิเศษของที่นี่คือ พิซซ่าซีฟู้ดแป้งสีฟ้าฮะ (แต่อบมาแล้วดูไม่ค่อยออกนะ)
ปิดท้ายรีวิวนี้ที่ เชฟแมน พัทยา…. ร้านนี้ เป็นร้านที่ได้ มิชลิน 8 ปีซ้อน สาขานี้จะรวมทุกเมนูที่เชฟแมนมี+ซีฟู้ดสดๆเป็นๆเลี้ยงไว้อยู่ในตู้กระจก
หลายคนอาจจะคิดว่าแพง มันก็ไม่ได้แพงทุกอย่างนะ ร้านเชฟแมนก็ยังมีเมนูไม่แพงด้วยฮะ อย่างเซ็ตข้าวมันไก่ออนเซ็น 120 เท่านั้น หรือจะเป็นเซ็ตข้าวหน้าเป็ดเชฟแมน 190 บาท เรื่องรสชาติ หมดห่วง อร่อยเหมือนที่ กทม เลยฮะ มิชลิน 8 ปีซ้อน การันตีความอร่อย

ป.ล. สำหรับแขกที่พัก Voyage Pattaya สามารถนำเหรียญที่ได้รับตอนเช็คอิน มาแลกรับข้าวมันไก่ออนเซ็นได้ ใช้ 2 เหรียญเท่านั้น ส่วนข้าวหน้าเป็ดเชฟแมน ใช้ 3 เหรียญ

สรุปปิดท้าย…..

1 โรงแรมยังคงคอนเซ็ปสวนสนุกที่มีโรงแรมอยู่ด้วย โดยมีแรงบรรดาลใจอยากให้การบริการของโรงแรมไปแนวสนุกสนาน แบบ ดีสนีย์แลนด์ โรงแรมจะเหมาะกับกลุ่มตลาดแฟมมิลี่ที่หลากหลายวัยมากขึ้น เน้นการมาพักผ่อนแบบทำกิจกรรมที่หลากหลาย มากกว่าการมาพักผ่อนชิลล์ๆ

2 Voyage ไม่เท่ากับ Space มันคือคนล่ะโรงแรม (แค่มีเจ้าของคนเดียวกัน) เอามาเทียบกันไม่ได้นะ มันไม่ใช่โรงแรมระดับเดียวกัน ถ้าเปรียบเทียบเป็นที่นั่งบนสายการบิน Space คือ premium Eco Class / Voyage ก็คือ Business Class มันเทียบกันบ่ได้ โพซิชั่นและสิ่งที่ได้รับ มันคนล่ะอย่างกัน

3 คุ้มมั้ยที่จะอัพจาก Space ไปพัก Voyage เรื่องคุ้มลุงคงตอบให้ไม่ได้ เพราะความคุ้มของแต่ล่ะคนมันไม่เท่ากัน บอกได้อย่างเดียว มันคือการจ่ายเพื่ออัพเกรด ยังไงมันก็ย่อมได้อะไรที่ดีกว่าเดิมแน่นอน แนะนำให้ลองคิดซะว่าจ่ายห้องห้องพักประเภทพรี่เมี่ยม ของ Space ไปก็ได้ฮะ ได้ห้องใหม่ สวยกว่า ใหญ่กว่า วิวดีกว่า ได้สวนน้ำใหม่ จะได้สบายใจขึ้น (จริงๆราคายังถูกกว่า ห้อง Space Suite ของ Space อีกนะ )

ป.ล. สตอรี่ของ Voyage มันอาจไม่ได้ย่อยง่ายเหมือน Space ที่เห็นแล้วก็เก็ตเลยว่าอวกาศ ยังไงถ้าอยากมาพัก Voyage ให้สนุก และอินไปกับโรงแรม อาจต้องอาศัยจินตนาการ การเรียนรู้ และความเข้าใจมากกว่า Space อยู่นะ แนะนำให้เข้าดูหนังที่โรงหนังที่ลอบบี้ก่อนจะไปจุดอื่นๆฮะ เพื่อจะได้เข้าใจ และประติดประตอเรื่องราว สถานที่ต่างๆในโรงแรมได้ถูก

Leave a Reply