รีวิว Osaka ใบไม้แดง คันไซ (Kansai)

รีวิวนี้ไม่ได้จัดทำขึ้นมาเพื่อป้ายยาให้คนไปเที่ยวคันไซ แต่จัดทำขึ้นมาเพื่อคนที่จองตั๋วไปคันไซแล้วแต่ยังไม่รู้ว่าจะเอายังไงกับชะตาชีวิตดีน้อ ไปแล้วจะ อะไร ที่ไหน อย่างไร และ เมื่อไหร่ดี ขอโพยหน่อยจิ ขอลอกหน่อยได้มั้ย

ทำมั้ยต้องไปดูใบไม้แดงโซนคันไซ ส่วนตัวเป็นคนชอบภูมิภาคโซนนี้ที่สุด เหตุผลเพราะ

1 มีพาสท่องเที่ยวในหลายแบบ หลายราคา ให้เราเลือกใช้ตามความเหมาะสมได้ ถ้านับรวมๆพาสที่เที่ยวในภูมิภาคคันไซแล้ว มีเป็น 10 พาสเลย

2 ส่วนตัวถ้ามาญี่ปุ่นแล้ว ถึงจะมาดูใบไม้แดง ก็อยากเจออะไรที่มันดูแบบญี่ปุ้น ญี่ปุ่นนิ เจอวัฒนธรรมญี่ปุ่นแบบชัดเจนจริงๆ ซึ่งวัฒนธรรมญี่ปุ่นแบบจัดเต็มจริงๆ จากที่ดูมา ไอ้ที่อยากเจอ อยากได้มันก็จะอยู่ที่เมืองหลวงเก่าอย่างที่เกียวโต เป็นหลักๆเลย

3 โซนนี้เที่ยวได้หลายๆเมืองใน 1 ทริป เมื่อใช้โอซาก้าเป็นจุดศูนย์กลางฮะ จากโอซาก้า สามารถไปเกียวโตได้ภายใน 1 ชม ไปนารา 45 นาที ไปโกเบ 20 นาที ไปฮิเมะจิ 30 นาที ไปโอคายาม่า 45 นาที ไปวาคายาม่า 45 นาที แล้วแต่ล่ะเมืองก็จะดูมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวมาก ยกตัวอย่าง เกียวโต เมืองผู้ดีเก่า นารา เมืองกวาง โกเบ เมืองท่าเรือยุโรป โอซาก้า เมื้องงงงงเมือง

แล้ว ญี่ปุ่น ใบไม้มันจะแดงเมื่อไหร่

โดยปกติแล้วใบไม้แดงของญี่ปุ่นจะเริ่มแดงไล่จากบนลงล่างประมาณกลางๆเดือน ตค ไปฮะ โดยจะแดงจากโซนฮอกไกโดก่อนแล้วไล่ลงมา ส่วนโซนคันไซจะเริ่มแดงประมาณกลางเดือน พย ส่วนใหญ่ลุงจะไปช่วง 20-30 พย มาในช่วงนี้ส่วนใหญ่จะเจอใบไม้แดงพีคๆนะ แต่ถ้ามีเวลาแค่ 5 วัน แนะนำมา 24 – 29 พย น่าจะดีสุดฮะ

เกริ่นกันมาเยอะแล้ว ไปเที่ยวกันเลยดีกว่ามั้ย รู้สึกทำเพื่อนๆเสียเวลา รีวิวนี้ขอเริ่มจาก โอซาก้า กันก่อนดีกว่า โอซาก้าถือเป็นเมืองหลวงของภูมิภาคนี้ก็คงไม่ผิด นึกอะไรไม่ออกให้มาโอซาก้าก่อนจ้า แนะนำให้เป็นจุดศูนย์กลางของทริปท่องเที่ยวในภูมิภาคนี้ เนื่องจากสะดวก และ ค่าที่พักไม่แพง ปกติที่ลุงมาโซนคันไซก็จะเลือกนอนที่โอซาก้าเป็นหลักเลยฮะ (เกียวโตที่พักแพงมากๆๆ)

คิดอะไรไม่ออกไปปราสาทโอซาก้าก่อน

แอบดูเป็นความคิดที่สิ้นคิดมากเลยเนอะ แต่บอกเลย ใบไม้แดง ใบไม้เหลือง ได้ชมแน่นอน อ่ะ ที่นี่ก็ฟีลเหมือนผัดกระเพรา ดูเรียบง่าย ดูสิ้นคิด แต่หวังผลได้ (แต่อาจไม่ได้หวือหวา อลังการนะ แต่มันเติมเต็มที่เราโหยหาได้ ก็เหมือนผัดกระเพรานั้นแหละ 5555 )

ปราสาทโอซาก้า ทำเลอยู่กลางเมืองเลยฮะ จะมาด้วยรถไฟ JR จะมาด้วย รถไฟใต้ดินก็สะดวก ด้วยขนาดพื้นที่ที่ใหญ่มากๆๆๆๆๆ (ใหญ่จนเดินหลงได้ไม่ยาก) ทำให้ที่นี่มีพรรณไม้นานาพรรณแบบแทบครบทุกฤดูเลย จะเอาใบไม้แดง ใบไม้เหลือง(กินโกะ) ซากุระ ดอกบ๊วย คือ มีครบ ใครมาฤดูไหนก็มีให้ชมกันทั้งปี เขาจะปลูกกระจายๆๆ ไปทั่วบริเวณ (แต่ยังไม่เห็นลาเวนเดอร์ กับ วิสทีเรีย นะ ไม่รู้มีปลูกรึยัง) ส่วนบนปราสาทขอไม่พูดถึงนะ ส่วนตัวว่าดูว่าไม่มีอะไรเลย ไม่รู้จะขึ้นไปให้เสียตังค์ทำมั้ย ไปเดินเล่นรอบๆปราสาทก็โอแล้วนะ

ป.ล. ถ้าไม่ขึ้นตัวปราสาท ไม่มีค่าใช้จ่ายในการเข้าชมนิ

โซนใบไม้แดงของปราสาทโอซาก้า อย่างในภาพจะอยู่ใกล้สถานี Morinomiya ที่สุดฮะ ถ้าเปิดแผนที่จากกูเกิ้ลแมพ เราจะเจอสวน もみじ園 (อ่านว่า โมมิจิเอน แปลว่า สวนใบเมเปิล) ที่อยู่ไม่ห่างจากสถานี Morinomiya มากนัก (บอกไว้ก่อนว่ามันอาจไม่ได้ดูอลังเหมือนที่อื่นๆนะ แต่มีให้ได้ชม ให้ได้ถ่ายรูปแน่นอน)

Katsuoji temple ลุงให้เป็นจุดชมใบไม้แดง ที่สวยที่สุดในโอซาก้า ที่ลุงเคยไปมาเลยนะ

ถ้าปราสาทโอซาก้า มันยังเติมเต็มความฝันที่ออกเดินทางตามหาใบไม้เปลี่ยนสีไม่ได้ แนะนำที่นี่ฮะ วัดคัทซึโอจิ การเดินทาง ก็ไม่ได้ง่ายดายเหมือนไปปราสาทโอซาก้าน้า อยากได้ของดี ก็ต้องบากบั่นลำบากกันหน่อย

วัดคัทซึโอจิ มีอีกชื่อว่า วัดดารูมะ หรือ คนญี่ปุ่นเรียกกันว่า วัดแห่งชัยชนะ เป็นวัดที่มีขนาดค่อนข้างใหญ่ ถือเป็นจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่มีชื่อเสียงของเมืองโอซาก้า เลยล่ะ

วิธีการเดินทาง ให้นั่งรถไฟใต้ดินสายสีแดง Midosuji Line ไปลงที่สถานี Kita-Osaka Kyuko จากนั้นเดินต่อออกมา ไปต่อรถบัสสาย 29 ที่ชานชลา 4 (ช่วงใบไม้แดงคนจะเยอะมากๆๆๆ ) ใช้เวลาเดินทางขึ้นเขาอีกประมาณ 35 นาที จะถึงป้าย Katsuoji วัดนี้มีค่าเข้าน้า ขึ้นราคารึยังไม่รู้ เตรียมเงินไว้ประมาณ 500 เยน สำหรับค่าเข้าฮะ

อันนี้ความคิดเห็นส่วนตัวนะ คือ ที่นี่ใบไม้เปลี่ยนสีสวยมาก สวยแบบตะโกน ถ้าให้เลือกทีเดียวในโอซาก้าเพื่อมาชมใบไม้แดง ก็คงแนะนำมาที่นี่ฮะ ใช้เวลาเที่ยวประมาณครึ่งวันนะ รวมเวลาเดินทางไปกลับด้วย

ชาวโอซาก้าเชื่อกันว่าถ้านมัสการที่นี่ด้วยการถวายตุ๊กตา Daruma ที่วัด Katsuoji แห่งนี้จะทำให้ผู้นั้นประสบความสำเร็จ เอาชนะความอ่อนแอของตนเองได้ เวลาพบเจอปัญหาก็จะไม่ยอมแพ้ไปง่ายๆ เหมือนกับตุ๊กตาล้มลุก

วนอุทยานแห่งชาติมิโน  ( Mino-O Park) 

มาชมใบไม้เปลี่ยนสีแบบสายธรรมชาติกันบ้าง ใครชอบเดินเล่น เดินป่า ชมน้ำตก ท่ามกลางธรรมชาติอันสวยสดงดงาม เดินคุยกับนกทีกับต้นไม้ที ก็แนะนำมาที่นี่ฮะ

วิธีการเดินทาง นั่งรถไฟสาย Hankyu-Mino Line มาลงที่สถานี Mino แล้วเดินต่อเข้า วนอุทยานแห่งชาติมิโน  ได้เลย ไม่มีค่าใช้จ่าย

เอาจริงๆตัวใบไม้แดงเขาสวยในระดับกลางๆฮะ ไม่ได้สวยขนาดไม่มาไม่ได้ แต่เขามีดีเรื่องบรรยากาศ เหมือนเราเดินชมใบไม้ในป่าที่มีทางสะดวกสบายฮะ ใช้ระยะทางจากสถานีเดินเข้าถึงไปน้ำตกน่าจะ 2 โลนะ (ไปกลับก็ประมาณ 4 โล) สุดปลายทางก็จะเป็นน้ำตกที่สวยแบบแปลกๆ (แต่คนญี่ปุ่นเขาว่าสวย) ระว่างเดินทางเราก็จะเจอวัด เดินไปนิดก็จะเจอร้านค้าแบบโบราณ เดินเล่นเพลินๆ เย็นๆ หนาวๆ ได้อยู่ฮะ เพลินๆ

อีกจุดเด่นนึงของที่นี่ (ที่ยังไม่เจอที่อื่นๆ) คือ มีการทอดใบเมเปิ้ลขายเป็นขนมกินเล่นด้วยฮะ

เที่ยวใบไม้แดงมา 3 จุดล่ะ เราพักเรื่องใบไม้แดงไปเที่ยวที่อื่นๆในโอซาก้ากันบ้างดีกว่ามั้ยฮะ มาเที่ยวทั้งทีแล้วควรไปให้ครบรสเนอะ เอางี้ เราไปดูวิวจากมุมสูงกันบ้างดีกว่าฮะ ขอเริ่มจาก จุดที่ลุงชอบมากที่สุด

วิวสวยๆ ยามค่ำคืนจากตึก umeda sky building

วิธีการเดินทาง เดินไปฮะจากสถานี Osaka ไปประมาณ 10 นาที เสริชเส้นทางการเดินจาก กูเกิ้ลแมพได้ฮะ ตึกจะมีค่าเข้านะฮะ ช่วงที่ลุงไปลุงซื้อบัตรเที่ยว โอซาก้าเอเมซิ่งพาส ใช้ เลยไม่มี คชจ ขึ้นได้ฟรี 1 ครั้ง ฮะ ( โอซาก้าเอเมซิ่งพาส เป็นพาสที่ร่วมกิจกรรมหลายๆอย่างให้เราได้เที่ยวได้ลองกันแบบเหมาจ่ายแค่ครั้งเดียวฮะ ยกตัวอย่าง ขึ้นชิงช้าสวรรค์ เข้าพิพิธภัณฑ์ ชมวิวจากตึกมุมสูง ล่องเรือโจรสลัด เป็นต้น อ้อ บัตรยังรวมค่ารถไฟใต้ดินในโอซาก้าฟรีให้ทั้งวันด้วยฮะ )

ถ้าจะชมวิวเมืองโอซาก้าสวยๆ ก็เลือกแนะนำที่นี่ฮะ คือตึกเขาสูงกำลังพอดีฮะ มุมสวย ด้วยฮะ ใครเป็นสายถ่ายรูปน่าจะชอบ แนะนำว่ามาตอนช่วงก่อนพระอาทิตย์ตกสัก 45 นาทีนะ ช่วงก่อนพระอาทิตย์ตกคนขึ้นตึกเยอะมากกกกกกก

แต่ถ้าคิดว่า วิวมันยังสูงไม่พอ ขอตึกที่สูงที่สุดในประเทศญี่ปุ่นเลยดีกว่า มีมั้ย โอเคฮะ จัดไป ที่โอซาก้าเป็นที่ตั้งของตึกที่สูงที่สุดในประเทศญี่ปุ่นพอดี ตึกนั้นคือ ตึก อาเบะโนะ ฮารุกัส (Abeno Harukas) อธิบายให้เข้าใจง่ายๆ อาเบะโนะ ฮารุกัส คือตึกมหานครของบ้านเรานั้นแหละฮะ

วิธีการเดินทาง อยู่ตรงข้ามสถานีรถไฟฟ้า เทนโนจิ เลยฮะ เดินเข้าห้างห้างสรรพสินค้าอาเบะโนะ ฮารุกะซุ คินเทซุ  แล้วกดลิฟท์ขึ้นมาชั้นบนสุด จะมีจุดจำหน่ายตั๋ว (ค่าขึ้นชั้นบนสุดน่าจะอยู่ที่ 1500 เยนนะ )ให้ขึ้นลิฟท์อีกตัวขึ้นไปฮะ ด้านบนนอกจากวิวแล้วก็จะมี ร้านคาเฟาด้วยฮะ

อันนี้ความคิดเห็นส่วนตัวนะ ส่วนตัวว่าที่นี่มันสูงไป สูงซะจนมองอะไรๆก็เล็กไปหมดฮะ แถมทำเลที่นี่คือกลางเมืองเลย วิวมันเลยเป็นเมืองไปหมด ส่วนตัวชอบวิวจาก umeda sky building มากกว่านะ

หอคอย Tsutenkaku

หอคอย Tsutenkaku ตั้งอยู่ในย่าน ชินเซไก (ใกล้ๆกับ Abeno Harukas ห่างกันแค่สถานีเดียว) เคยเป็นแลนด์มาร์คสำคัญของโอซาก้าเมื่อในอดีต ก็เคยสูงสุดในสมัยนั้นแหละ ล่าสุดเห็นว่าจะสร้างสไลเดอร์ยักษ์ ยาว 60 เมตร สูง 3 ชั้น ตอนนี้ไม่รู้ว่าเสร็จหรือยังนิ ( ที่นี่สามารถใช้ บัตร โอซาก้าเอเมซิ่งพาส เข้าได้ฟรีนะ )

วิธีการเดินทาง นั่งรถไฟฟ้าใต้ดินสาย Sakaisuji มาลงที่ สถานี Ebisucho หรือ รถไฟใต้ดินสายสีแดง Midosuji Line ไปลงที่สถานี Dobutsuen mae

ภาพนี้เป็นภาพที่ลุงไปมาล่าสุดฮะเมื่อกลางเดือน พย 22 แอบดูเงียบๆเหงาๆไปจากเมื่อก่อน พอตัว

อยากใส่กิโมโน่ ถ่ายรูปกับบรรยากาศญี่ปุ่นเก่าๆ ขอแบบราคาเป็นมิตร มีมั้ยน้า จัดไปฮะ แนะนำมาที่นี่เลย Osaka Museum of Housing and Living

วิธีการเดินทาง นั่งรถไฟฟ้าใต้ดินสาย Sakaisuji มาลงที่สถานีรถไฟใต้ดิน Tenjimbashi-suji Rokuchome ทางออก 3 เราจะอยู่ในอาคารตึกๆนึงฮะ เราจะไม่ออกจากตึกนี้นะ ให้มองหาลิฟต์ ขึ้นไปที่ชั้น 8 ก็จะเจอกับ พิพิธภัณฑ์ Osaka Museum of Housing and Living ( ขีดเส้นใต้เน้นๆ ไม่ออกไปด้านนอกตึกนะจ๊ะ )

ป.ล.เที่ยวเสร็จแล้วอย่าลืมออกมาเดินชม เดินชอปปิ้ง ย่านการค้า Tenjimbashi-suji ที่อยู่บริเวณพิพิธภัณฑ์ได้นะฮะ บอกเลยว่า ย่านนี้ของถูกมว้ากกกกกกกกกก

สำหรับลุง จุดขายของที่นี่คือ เราสามารถเช่าชุดยูกาตะ กิโมโนะ ได้ในราคา 500 เยน (จำได้ว่าเช่าใส่ได้ 30 นาทีนะ) เพื่อเดินถ่ายรูปใน มิวเซียม ที่ทำเป็นเมืองโบราณจำลอง เมืองไม่ใหญ่ฮะ เล็กๆเองวิ แต่มีมุมให้ถ่ายรูปเยอะเลย มีทั้งฟีลหมูบ้าน ในบ้าน โดยรวมคือโอม้ากกกก มากกกก แถมมิวเซียมยังเปลี่ยนแสงไฟเป็นกลางวันกลางคืนได้อีก ( ที่นี่สามารถใช้ บัตร โอซาก้าเอเมซิ่งพาส เข้าได้ฟรีนะ )

ป.ล. ข้อควรระวัง คือชุด ชุดยูกาตะ กิโมโนะ คนเช่าถ่ายเยอะมาก เพราะราคาไม่แพง หมดไวมากๆ ต้องรีบไปตั้งแต่ที่นี่เปิดฮะ เวลาเปิด-ปิด: 10:00-17:00 ปิดทุกวันอังคาร

เที่ยวกันเหนื่อยรึยัง เราไปเที่ยววัดไหว้พระกันต่อดีมั้ยฮะ เดี๋ยวลุงพาไปเที่ยววัดเก่าแก่อายุกว่าพันปีของ โอซาก้ากันดีกว่าฮะ

วัดชิเทนโนจิ (Shitennoji Temple) วัดพุทธเก่าแก่ชื่อดังของโอซาก้า มีอายุกว่า 1,400 ปี ที่นี่มีจุดเด่นตรงเจดีย์ห้าชั้น ที่เป็นต้นแบบของเจดีย์แดงชูเรโต เจดีย์แดงที่มีวิวภูเขาไฟฟูจิเป็นฉากหลัง ที่คาวากูชิโกะนั้นแหละ ภายในอาคารก็จะมีพระพุทธรูปและเรื่องราวจิตรกรรมพุทธประวัติฮะ (เอาจริงวัดพุทธแท้ๆในญี่ปุ่นหายากมาก และยิ่งจิตรกรรมฝาผนังที่เป็นเรื่องราวพุทธประวัติ ก็เห็นมีวัดนี้วัดเดียวนี่แหละ) นอกจากวัดสวย เก่าแก่มากๆๆ แล้วมุมถ่ายรูปก็ปังไม่ใช่น้อยนะวัดนี้ ( ที่นี่สามารถใช้ บัตร โอซาก้าเอเมซิ่งพาส เข้าได้ฟรีด้วยนะ )

วิธีการเดินทาง ลงที่ สถานี Tennoji แล้วเดินจากสถานี ประมาณ 10 นาที

Sumiyoshi Taisha Shrine

ศาลเจ้า สุมิโยชิ ถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 211 ผ่านมาก็ราวๆ 1800 ปีแล้วล่ะ ถือเป็นหนึ่งในศาลเจ้าที่มีความเก่าแก่มากๆๆๆๆ ของประเทศญี่ปุ่น ภายในศาลเจ้า จะเป็นที่ประดิษฐานเทพเจ้าคามิ (Kami) ทึ่คุ้มครองนักเดินทางและชาวเรือ จุดเด่นอีกอย่างของที่นี่ คือ สะพานโค้งสีแดงๆ มีชื่อว่า โซริฮาชิ (Sorihashi) ถือเป็น 1 ใน 100 วิวที่สวยที่สุดของภูมิภาคคันไซด้วยฮะ

วิธีการเดินทาง เดินทางด้วยรถไฟสาย Nankai Line ลงที่สถานี Sumiyoshi Taisha หรือเดินทางรถราง สาย Hankaidenki-Hankai Line ลงที่สถานี Sumiyoshi-Toriimae (ที่นี่เข้าฟรีฮะ)

ไปดูใบไม้แดงกันมาแล้ว ไปชมวิวกันมาแล้ว ไปเที่ยววัดกันมาแล้ว ไปฮะ เราไปเดินตลาดหาของอร่อยกินกันบ้างดีกว่า ขอแนะนำตลาดนี้ ตลาดเดียวพอจบฮะ จะอยู่แถวๆนัมบะฮะ ชื่อ ตลาด คุโรมง

คุโรมงอิจิบะ (ตลาดเช้า คุโรมง) คนโอซาก้ากล่าวว่า ที่นี่คือ ครัวของโอซาก้า เพราะเป็นแหล่งรวมวัตถุดิบชั้นดีหลากหลายมากๆ หลังๆพอนักท่องเที่ยวเริ่มเยอะ ตลาดก็เลยเปลี่ยนมาจับกลุ่มตลาด นทท จริงจัง อาหารส่วนใหญ่ที่มีขายก็เตรียมไว้สนองนี้ด นทท เมื่อก่อนอาหารที่นี่จัดว่าไม่แพงนะ แต่จากที่ลุงไปมาล่าสุด เมื่อ 11/22 บอกเลยว่าราคาก็ไม่ถูกเลยอ่ะ

วิธีการเดินทาง นั่งรถไฟฟ้าใต้ดินสาย Sakaisuji มาลงที่ สถานีรถไฟใต้ดิน Nippombashi ทางออก Exit 10  ( Nippombashi เป็นย่านขายเครื่องใช้ไฟฟ้า ของเล่นฟิกเกอร์ต่างๆฮะ )

มาเที่ยวโอซาก้าแล้วควรลองกินอะไรดี

1 สตรอเบอรี่ ช่วงใบไม้แดง เป็นช่วงที่สตรอเบอรี่เริ่มออกพอดีฮะ สตรอเบอรี่ญี่ปุ่นจะเอกลักษณ์ที่ความหอมหวานฮะ รสชาติจะไม่ค่อยเปรี้ยว

2 องุ่น Shine muscat เป็นองุ่นที่เรียกว่า อร่อยมว้ากกกก กรอบนอกนุ่มใน หวานฉ่ำ เอาจริงๆ ส่วนตัวว่าเจ้านี่อร่อยกว่าสตรอเบอรี่นะ

3 ทาโกะยากิ โอซาก้าถือเป็นเมืองต้นกำเนิด ทาโกะยากิ ฮะ แต่ส่วนตัวไม่ชอบสไตล์ของโอซาก้าเลยฮะ มันจะมีความนิ่มๆหยุ่นๆหยึ้ยๆ ส่วนตัวคิดว่า คนไทยน่าจะชอบ ทาโกะยากิ ที่ข้างนอกกรอบๆหอมๆ สไตล์โตเกียวมากกว่านิ นอกจากนี้ยังมีอาหารท้องถิ่นที่มีต้นกำเนิดจากที่นี่อย่าง คุชิคัตสึ (อะไรก็ได้ที่มาเสียบไม้ชุปแป้งทอดกินกับกะหล่ำปีสด) หรือ โอโคโนมิยากิ (พิซซ่าญี่ปุ่น) ด้วยฮะ (ที่โอซาก้าเขาถนัดของแป้งๆทอดๆ)

4 ของลดราคาในซุปเปอร์มาเก็ตตอน ทุ่มนึง ถามว่ามันอร่อยขนาดนั้นมั้ย คำตอบคือไม่ใช่ มันฟินที่เราสามารถซื้อของได้ในครึ่งราคาฮะ วัฒนธรรมของที่นี่เขาจะลดราคาจัดหนักพวกของสดก่อนห้างปิดฮะ ใครได้ลองไปเดินช้อปติดใจทุกราย เพราะถูกจริงจังไม่ไหวนะ

ซุปเปอร์มาเก็ตท้องถิ่นที่ราคาถูกจัดๆ ของโอซาก้า จะมีชื่อว่า Tamade ซื้อน้ำซื้อหนมซื้อข้าวตุนได้เลยฮะ ตอนนี้ลุงเจออยู่สองสาขา คือที่แถวๆชินเซไก กับ ย่านการค้า Tenjimbashi-suji (มีแนะนำที่เที่ยวและวิธีการเดินทางไปให้แล้วทั้งสองที่ )

5 กิว คัตซึ ช่วงนี้เมนูนี้ที่ ญี่ปุ่นกำลังมาแรงฮะ ตอนนี้ที่โซนคันไซมีหลายร้านเลย ถ้ามีโอกาสก็ลองชิมดูฮะ ร้านดังๆนี่คิวยาวมากกกกกกกกกกกก

6 เนื้อวากิว วากิวแปลว่าเนื้อวัว ญี่ปุ่นเขาขึ้นชื่อเรื่องความอร่อยของเนื้อวัวมากๆๆๆ แต่ล่ะภูมิภาค จะมีเนื้อวัวประจำถิ่นที่ขึ้นชื่อ โซนคันไซจะเป็น เนื้อวัวจากเมืองโกเบ ฮะ ที่ขึ้นชื่อ ถ้ามีโอกาส ลองหาชิมกันดูได้ฮะ ส่วนใหญ่คนไทยจะชอบทานกันแบบร้าน ยากินิคุ ( ร้านปิ้งย่าง) ร้านดังย่านนัมบะที่คนไทยชอบไปทานกันก็มีหลายร้าน ยกตัวอย่าง ร้าน ยากินิคุ ริกิมารุ เป็นต้น

7

7 วาโชกุ (วัฒนธรรมการรับประทานอาหารแบบดั้งเดิมแบบญี่ปุ่น) ในเดือนธันวาคม 2013 อาหารวาโชกุ ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางด้านวัฒนธรรม เป็นลำดับที 5 ของโลกฮะ ถ้ามีโอกาสก็อยากให้ได้ลองทานอาหารแบบนี้ที่เป็น ของญี่ปุ่นจริงๆดูสักมื้อฮะ จริงๆเซ็ตลันช์ในหลายๆร้านอาหาร ก็จะมีหน้าตาแบบนี้นะ อย่างในภาพนี้จะเป็น วาโชกุ สไตล์เกียวโต จะมีความประดิษฐ์ประดอย มีความชาวผู้ดีเก่า มีความชาววังหน่อยๆฮะ

8 ปูซูไว หรือ ปูแมงมุม เอาจริงโอซาก้าอาจไม่ได้ขึ้นชื่อเรื่องปูมากเหมือนฮอกไกโด แต่ถ้ามาญี่ปุ่นก็อยากให้ลองชิมกันดูฮะ ไอ้ปูอัดที่เราชอบๆกินกัน ก็เลียนแบบรสชาติของปูชนิดนี้มาฮะ ถ้ามีโอกาสก็ลองชิมกันเนอะ มีร้านดังแถวย่านชินไซบาชิอยู่ฮะ

เรื่องชอปปิ้งกันบ้างดีกว่ามั้ย

เอาจริงๆเรื่องชอปปิ้งกับคนไทยเรา เป็นของคู่กัน เรียกว่าแทบไม่ต้องสอนกันเลยดีกว่า โอซาก้าก็มีโซนชอปปิ้งอยู่หลายโซน แต่ล่ะโซนก็มีจุดขายที่แตกต่างกันไป ไม่ว่าจะเป็นโซน อุเมดะ เทนจินบาชิซูจิ นัมบะ นิปอมบาชิ หรือ ชินไซบาชิ และแน่นอนสำหรับคนไทยเรา ชินไซบาชิ คือ อันดับหนึ่งในใจอยู่แล้ว เอาจริงๆ ชินไซบาชิ เป็นโซนย่านการค้าที่ค่อนข้างหลากหลาย มีของขายหลากหลายเกรด หลายแบบ หลากหลายประเภท อีกทั้งยังค่อนข้างกว้างขวางมากๆจริงๆฮะ ไม่แปลกใจที่คนไทย จะให้ย่านการค้านี้เป็นหนึ่งในใจ จากย่านการค้าชินไซบาชิยังเชื่อมต่อไปยังย่านการค้านัมบะและนิปอมบาชิได้อย่างง่ายดายด้วยวิธีการเดินเท้าเลยฮะ

ป.ล. และที่นี่ยังมีแลนด์มาร์คสำคัญที่เป็นสัญลักษณ์ของโอซาก้าด้วย ใครๆก็ตั้งใจมาถ่ายรูปกับป้ายไฟกูลิโกะ เพื่อเป็นการบอกว่าฉันมาถึงโอซาก้าแล้วน้าาาา

วิธีการเดินทาง ให้นั่งรถไฟใต้ดินสายสีแดง Midosuji Line ไปลงที่สถานี shinsaibashi station

ปิดท้ายรีวิวนี้ด้วยรีวิวที่พัก 3 ที่ 3 ทำเล ในโอซาก้า กันฮะ

Sotetsu fresa inn osaka ( สถานีรถไฟใต้ดิน Namba ) ทำเลอยู่หน้า ทาคาชิมาย่า นัมบะ เลย ( ฟีลเหมือนนอนอยู่แถว ราชประสงค์บ้านเรา) สถานีรถไฟใต้ดินก็คืออยู่หน้า รร พอดี (ทางออก 7) แล้วหน้า รร ก็ยังมี แฟมมิลี่มาร์ท เยื้องๆไปนิดนึง ก็สถานีรถไฟนันไก สามารถนั่งไปกลับสนามบินได้สะดวกๆเลย เดินนิดเดียวถึง อเมนิตี้ของ รร ก็คือดีมากอีก ให้ยันที่มาสหน้า ครีมกันแดด สุดท้ายอาหารเช้าก็คือดี๊ดี เป็นบุฟเฟ่ต์ จัดมาแน่นๆ มาแนวอาหารอิตาเลี่ยนฮะ พิซซ๋า คืออร่อยมากๆ คือเหมือนจะดีทุกอย่างเลยอ่ะ เอาจริงๆก็คือดีมากแทบทุกอย่างจริงๆ พูดไปก็จะหาว่าอวย ข้อเสียคือ เรื่อง เสียงจะดังช่วงหัวค่ำถึงประมาณ 4 ทุ่มฮะ เพราะอยู่กลางเมือง อิซากายะเยอะแถวนี้

ป.ล. รร นี้ใช้ เตาอบ balmuda ปิ้งพิซซ่า อบขนมปัง คือ ดีมากๆๆ ราคาที่ลุงจองมาได้ ตกคืนล่ะ 1400 รวมอาหารเช้า

Y’s hotel shin osaka (สถานีรถไฟ Shin-Osaka) ที่นี่เป็นอีก รร ที่ราคาไม่แพง ตอนนี้ราคาก็ยังไม่ขึ้นมากนะ จองเพราะถูก สะดวก เดินไปขึ้นชินคังเซนได้เลยไม่ต้องต่อรถ ราคาประมาณ 1200 บาท รวมอาหารเช้า ลุงจองรวมอาหารเช้ามาด้วย แต่เซอร์ไพร์ ไม่มีไลน์บุฟเฟ่ต์ ทาง รร เสริฟเป็นบุฟเฟ่ต์เบ็นโตะแทน ไม่แน่ใจว่าดีหรือไม่ดีนะ ส่วนตัวก็ประหลาดใจพอควรกับทาง รร ที่ใช้วิธีนี้แก้ปัญหา แต่โดยรวมก็กินอิ่มนะ ไม่อิ่มก็กินเพิ่มอีกกล่องเอา 5555

ข้อดีคือ ประหยัดพนักงาน ประหยัดพ่อครัว แบบขั้นสุด แถมกันเรื่องโควิดได้ค่อนข้างดี เรียกว่าทาง รร ฉลาดพอควร ที่ใช้วิธีนี้ป.ล. ห้องพัก พื้นที่น้อยแต่จัดวางเตียงเหมือนเป็นเซ็นเตอร์สำหรับทุกอย่าง ทำให้เราหมุนอยู่บนเตียงนี่แหละ จะนั่งดูทีวี เล่นคอม นอน ก็หมุมเอา 555 รร มี บ่อน้ำร้อนให้แช่ฟรีนะไม่คิดเงิน รร อยู่ห่างสถานีชินโอซาก้าประมาณ 600 เมตร

Hotel link (สถานีรถไฟใต้ดิน Dobutsuen mae) เอาจริงๆตัว รร ไม่มีอะไรเลย มีดีที่ทำเลฮะ โซนนี้เป็นโซนที่ๆพักราคาไม่แพง มี รร คนจีนสร้างขึ้นหลายๆที ห้องพักก็เอาไว้แค่นอนจริงๆ ห้องที่ลุงพักไม่มีอ่างอาบน้ำนะ ห้องเล็กนิดเดียว แต่ก็มีทุกอย่างครบ ที่บอกว่าทำเลดีเพราะ เดินนิดเดียวถึง เมก้าดองกี้ (อะไรขาด อะไรไม่มี เชิญเข้าเมก้าดองกี้) เดินอีกนิดถึงชินเซไก ห่างเทนโนจิ สถานีเดียว ห่างนัมบะสถานีเดียว เรียกว่า จ่ายที่พักในราคาถูกๆ แต่ได้ทำเลดี เดินทางไปไหนก็ง่าย สะดวกไปหมด เหมาะกับคนที่อยากเซฟงบที่พัก (เพราะเอาไว้พักอย่างเดียว) แต่อยากเดินทางสะดวกๆ

ขอจบรีวิว โอซก้า แต่เพียงเท่านี้ เพราะถ้าใส่ข้อมูลเยอะมากไปกว่านี้ เดียวจะเริ่ม งง ก่อน อีกทั้งเขียนมาตั้งนานแล้ว เรายังไม่ได้ออกนอกเมืองโอซาก้าไปไหนเลย ไว้รีวิวหน้ามาต่อที่ เกียวโต นารา โกเบ ฮิเมะจิ กันน้าาาาาาา

Leave a Reply