รีวิว Mandarin Oriental Bangkok

Mandarin Oriental Bangkok อีกหนึ่งโรงแรมคุณภาพที่อยู่คู่กรุงเทพเมืองฟ้าอมรมาช้านาน ผมไม่แปลกใจเลยที่คนส่วนใหญ่และให้โรงแรมนี้เป็น “The Best” เพราะทุกสิ่งทุกอย่างที่หลอมรวมอยู่ในโรงแรมแห่งนี้มันคือ “The Best” จริงๆครับ

ป.ล.รีวิวนี้เป็นตั้งใจทำมากๆๆครับ เพราะขนาดผมกับเพื่อนเป็นแขกไปพักเองกว่าทำเรื่องขอถ่ายรูปผ่านนี่ยังเลือดตาแทบกระเด็น ทำเรื่องไปแล้วแท้ๆในบางจุดก็ยังถ่ายไม่ได้อีกเช่นกัน โรงแรมที่นี่เขาให้เหตุผลว่า ความรูู้้้้้้สึกความเป็นส่วนตัวของแขกที่มาพักต้องมาเป็นอันดับ 1


ทำเลที่ตั้ง คงไม่ต้องพูดถึงกันแล้วมั้งครับ คิดว่าใครๆก็คงรู้จัก แต่อย่างน้อยขอเหน็บ Map ไว้หน่อยเนอะ

Mandarin Oriental Bangkok เป็นโรงแรมที่อยู่คู่กับกรุงเทพฯมาช้านานนี่เห็นว่าปีนี้เป็นปีพิเศษฉลองครบ 135 ปี เห็นว่ามีอะไรพิเศษเยอะแยะ ในส่วนที่ผมไปพักกับเพื่อน ก็อยู่ในส่วนพิเศษนี้ด้วยครับ ตอนนี้ที่นี่จัดโปร One night in bangkok ราคาจะอยู่ 7990++ (ลดแล้วยังแรงงงงงงง) ซึ่งเพื่อนผมได้จองไปพักครับและผมก็ขอไปลั้นลาด้วย อิอิ

ป.ล. โพซิชั่นของโรงแรมนี้คือ “รีสอร์ทใจกลางกรุงเทพฯ” ครับ เป็นอีกหนึ่งโรงแรมที่วางจุดยืนเป็นรีสอร์ทในเมืองกรุง (โพซิชั่นเดียวกับเคมปินสกี้เลย)

วันที่เข้าไปพักผมเข้าไปเช็คอินก่อนให้เพื่อน เพื่อนบอกว่าไปเช็คอินไว้เลยนะตั้งแต่ 11 โมง เพราะโปรนี้เขาจะให้เช็คอิน 11 โมง เช็คเอ้าท์ได้บ่าย 3

มาถึงตรงนี้แล้วขอพูดถึงลอบบี้ก่อนเลย ลอบบี้ที่นี่สวยงามเป็นการผสมผสานระหว่างของเก่าและใหม่ให้เขากันได้อย่างลงตัว เรียกว่าอลังการมั้ย สำหรับผม ผมว่าไม่ถึงขนาดอลังการ แต่เรียกว่าสวยและดูดีมากๆๆ ชอบการจัดดอกไม้ที่ลอบบี้เป็นพิเศษอ่ะ


ในช่วงหัวค่ำจะมี คนมาเล่นดนตรีคลาสสิคสดๆให้ฟังครับ บรรยากาศดีมากๆๆๆ ใครที่จะมาทานอาหารที่นี่หรือมาพักที่นี่ แนะนำมาช่วงหัวค่ำมาฟังดนตรีคลาสสิคกันก่อนครับ

มาพูดถึงเรื่องเช็คอินกันต่อดีกว่า ข้อแรกที่ประทับใจสุดๆๆๆเลย คือเมื่อแจ้งชื่อเสร็จสรรพแล้วไม่ต้องยืนรอเช็คอินเลยครับ จะมีพนักงานมาช่วยยกของแล้วพาเราขึ้นไปที่ห้องเลย ให้เราไปพักผ่อนในห้องก่อนแล้วสักพักก็จะมีพนักงานตามมาเช็คอินให้เราในห้องพักครับ

พนักงานกดลิฟพามีที่ชั้น 8 ครับ อยากบอกว่าก้าวออกมาจากลิฟแล้วผิดคาดครับ เห็นครั้งแรกอึ้งเลย มันสวย เรียบหรูดูดีมากๆๆๆๆ

น้องพนักงานบอกห้องคุณผู้ชายอยู่สุดทางเดินเลยครับ เดินไกลนิดนึงนะครับ

ห้องที่ได้ข้าพักเป็นห้อง 811 เข้าไปนี่ร้อง ว้าววววววววว เลยครับ อลังการมากๆๆๆ สำหรับห้องนี้ คิดในใจเลยครับ “นี่ใช่มั้ยโรงแรมอันดับหนึ่งของกรุงเทพ” วางกระเป๋าเสร็จ โทรหาเพื่อนเลยครับ ดีใจมากๆๆๆ สักพักมีคนตามมาเช็คอินให้ถึงที่ห้องครับ

เสร็จสรรพเรื่องเช็คอิน ยังไม่ทันได้ทำอะไร น้องบัตเลอร์ก็นำเวลคัมดริ้งมาให้ครับ เป็นน้ำตระไคร้เย็นชื่นใจ แล้วน้องบัตเลอร์ก็แนะนำวิธีใช้ของในห้องทั้งหมด พร้อมกับบอกว่า “คุณชาคริตค่ะ ในรายงานที่แจ้งมาทางคุณชาคริตต้องการจะถ่ายภาพโรงแรมเราเป็นกรณีพิเศษใช่มั้ยค่ะ เดี๋ยวทางเราจะให้คนมาดูแลและพาชมสถานที่นะค่ะ เพราะถ้าคุณชาคริตลงไปถ่ายคนเดียวในบางจุดอาจจะถ่ายรูปไม่ได้ค่ะถ้าสะดวกตอนไหน บอกดิฉันได้เลยนะค่ะ”

น้องบัตเลอร์ บอกต่อไปว่า “เรามีโปรไฟล์ในสิ่งที่แขกทุกคนที่มาเข้าพักต้องการค่ะ ถ้าอยากได้อะไรเพิ่มเติมเป็นพิเศษ เรียกดิฉันเลยนะคะ ยินดีรับใช้เป็นอย่างยิ่ง แค่กด บัตเลอร์คอลตรงหัวเตียง ไม่เกิน 5 นาที ดิฉันจะมาหาค่ะ ได้ตลอด 24 ชั่วโมงเลยนะค่ะ”

ก่อนเราจะไปชมส่วนต่างๆของโรงแรมขอรีวิว ทุกอย่างในห้อง State room ก่อนนะครับ
ขอเริ่มจากส่วนที่ผมชอบที่สุดห้องน้ำ ห้องน้ำสวยสุดๆๆๆและอ่างใหญ่ได้ใจมากกกกกกกกก

ห้องน้ำอีกมุมครับ

ห้องสุขา มีสายชำระด้วย ปลื้มมมมมมมมมม ข้างๆเป็นห้องอาบน้ำนะครับมีฝักบัวอยู่ 2 แบบ เรื่องระบบน้ำอุ่นรวดเร็วทันใจมากๆๆ ชอบๆ

ผลิตภัณฑ์ อาบน้ำของที่นี่ไม่รู้ยี่ห้ออ่ะครับ แต่น่าจะเป็นของนอกรู้สึกจะเป็นกลิ่น ขิงกับดอกบัว อ่อนๆๆครับ

ส่วนที่เด็ดที่สุดของห้องน้ำนี่คือเจ้านีี่่เลยครับ เกลือสปา อยากบอกว่าเด็ดมากๆๆๆ ไม่เหมือนที่พูลแมนนะครับ ที่นั้นจะเป็นเกลืออย่างเดียว แต่ที่นี่จะเป็นเกลือแบบครีมบาตอ่ะครับ ขัดผิวแบบหอมๆๆกับสัผัสที่เหมือนสบู่เลย ขัดมาแล้วผิวนุ่มมากๆๆ เพื่อนกับผมชอบกันมากๆๆๆๆ

ห้องแต่งตัวครับ กว้างขวางใหญ่ดีครับ

ทางเดินในห้องครับ ด้านขวาจะเป็นตู้เย็นเครื่องชงกาแฟ


สำหรับเครื่องชงกาแฟ จะมีกาแฟให้เลือก 3 แบบ3รส กาแฟหอมอร่อยมากกกกกก ผมกับเพื่อนเล่นกันมันอีกแล้วววว อ้อๆๆ มีนมสดแช่ไว้ให้ในตู้เย็นด้วย

Leave a Reply